วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

มาเริ่มสมัคร twitter กัน

พอดีช่วงนี้ยุ่งๆ ขออธิบายวิธีการสมัครเป็นข้อๆ ไว้ก่อน เดี๋ยวมีเวลาจะทยอยเอารูปประกอบมาลงให้ด้วยนะครับ

1. ไปที่ www.twitter.com
2. คลิกปุ่ม sign up now
3. พิมพ์ชื่อ สกุลของคุณลงไปในช่องที่กำหนด
4. พิมพ์ชื่อบัญชีที่จะใช้งาน
5. พิมพ์รหัสผ่านอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
6. พิมพ์ที่อยู่อีเมลล์ของคุณในช่องที่กำหนด
7. ติ้กถูกในส่วนที่บอกว่า I want the inside scoop...
8. พิมพ์ข้อความที่ป้องกัน spam ที่เห็นให้ถูกต้อง ปกติ จะประกอบด้วยตัวอักษร 2 ชุด
9. กดปุ่ม create my account เพื่อเริ่มสร้างบัญชี twitter ของเรา
10. มาถึงหน้าที่เพิ่มเพืือนจากบัญชีรายชื่อในอีเมลล์ของคุณ อันนี้กด continue ข้ามไปก่อนได้เลย เีดี๋ยวมาเพิ่มทีหลังได้
11. ติ้กถูกหน้า select All เพื่อข้่ามขั้นตอนการค้นหารายชื่อแนะนำ
12. คลิกปุ่ม finish เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน และเริ่มใช้งาน twitter ของเรา
13. จะมายังหน้าหลัก twitter ของเรา ใช้งานกันได้เลย

เดี๋ยวค่อยมาต่อเรื่องการใช้งานเบื้่องต้น บทความต่อไปนะครับ

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ส่วนต่างๆ ของ facebook มีอะไรบ้าง

หลังจากเกริ่นนำทั้ง twitter และ facebook ไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่า facebook มีอะไรให้เราได้เล่นบ้าง

1. อย่างแรกเลยหน้าจอขาวสะอาด
การที่มีหน้าจอเรียบๆ ไม่มีอะไรให้ตกแต่งเหมือนพวก hi5 ทำให้เราเข้าใช้งาน facebook ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายกว่า social network อย่าง hi5 นั้นครับ

2. upload รูปหรือไฟล์วิดิโอได้
facebook มีส่วนที่ให้ upload วิดิโอด้วย แถมยังมีส่วนที่ให้เขียน comment ใน วิดิโอของเราครับ



3. chat และส่งข้อความ
ใน facebook นี้เราสามารถคุยกับเพื่อนผ่านระบบ chat หรือจะส่งข้อความส่วนตัวไปยังกล่องข้อความของเพื่อนได้ด้วย







4. เล่นเกมแข่งกับเพื่อน
ใน facebook นี้มีเกมให้เลือกมากมาย โดยจะสามารถเก็บคะแนนไว้แข่งกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย เกมของที่นี่จะเป็นของค่าย playfish เป็นหลัก หลายๆ อันนี่สนุกๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณสาวๆ คงจะชอบเกมประเภทนี้ครับ

วันนี้ review ให้เท่านี้ก่อนนะครับ จริงๆ มีอะไรใน facebook อีกหลายอย่างที่สนุกๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อนๆ คงไม่ลืมที่จะรีบไปลงทะเบียนกับ facebook นะครับ ส่วนใครยังลงทะเบียนไม่เป็น เดี๋ยวบทความหน้าผมมีขั้นตอนมาแนะนำให้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

twitter ทำอะไรได้บ้าง

หลังจากเกริ่นนำไปแล้ว มาดูกันว่า twitter นั้นทำอะไรได้มาก แอบกระซิบบอกว่า มากซะจนคุณคิดไม่ถึง

1. twitter บอกความเคลื่อนไหวของคุณให้โลกได้รู้
twitter โดยทั่วๆไป จะเป็นการประกาศเรื่องราวของตนเองให้คนอื่นได้รับรู้ ว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ที่ไหน อย่างเช่น ดารา นักร้อง เมื่อมีการโพสต์ข้อความแล้ว แน่นอนย่อมทำให้แฟนคลับของเขาสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคนที่ชื่นชอบได้อย่างรวดเร็ว

2. twitter รับ-ส่ง ข้อความระหว่างเพื่อน กลุ่ม องค์กร
อันนี้เป็นข้อดีของ twitter ที่ดีกว่าอีเมลล์ ที่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดนานพอสมควร บุคคลในองค์กรต่างๆ สามารถติดต่อประสานงานกันด้วยข้อความสั้นๆ ซึ่งง่ายกว่าเมลล์แน่นอน

3. ใช้ twitter แสดงความคิดเห็นเรื่องที่กำลังเป็นกระแสสังคม
ข้อความที่โพสต์เกี่ยวกับเรื่องราวกระแสสังคมตอนนั้น อาจเป็นที่มาของการแก้ไขปัญหา หรือเป็นแนวทางต่างๆ ที่จะสามารถจัดการกับเรื่องขณะนั้นได้

4. ตั้งคำถามให้คนอื่นช่วยตอบด้วย twitter
มีคำถามแต่อยากหาคำตอบ ก็โพสต์ไว้ใน twitter อาจจะได้คำตอบอย่างรวดเร็ว เพราะมีบุึคคลหลายกลุ่มที่ติดต่อผ่าน twitter นี้่ได้ ซึ่งเมื่อรวมหลายๆ กลุ่มเข้าด้วยกันแล้ว เราก็เหมือนมีอาจารย์ หรือที่ปรึกษาแทบทุกสายงานเลยก็ว่าได้

5. ฝึกเป็นนักข่าวจำเป็นได้ทันที
บางครั้งหากคุณมีข้อมูล หรือแหล่งข่าว สามารถโพสต์ลงใน twitter โดยโพสต์เป็นพาดหัวข่าว หรือเนื้อข่าวลงไป ก็ทำให้เพื่อนๆ ของคนได้เข้ามาติดตามข่าวได้อย่างรวดเร็ว ทีนี้เวลาเจอกันก็คุยกันได้เข้าใจตรงกัน เพราะติดตามข่าวไปพร้อมๆ กันนั่นเอง

6. twitter ช่วยคุณอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ก่อนใคร
นอกจากดารานักร้องที่คุณชื่นชอบจะใช้ twitter เป็นสื่อแจ้งข่าวให้คุณติดตามเท่านั้น แต่ยังมีรายการโทรทัศน์หลายๆ ช่องใช้ twitter เป็นช่องทางในการประกาศไฮไลท์ของรายการด้วยก็ได้

จริงๆ แล้วยังมีอีกเยอะครับ ผมว่าเอาพอหอมปากหอมคอ แค่นี้ก่อนดีกว่า
ไว้ติดตาม blog ต่อไปนะครับ

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เกริ่นนำกับ twitter และ facebook

เคยทำ blog แนะนำความรู้เกี่ยวกับการทำเว็บไปแล้ว หลังจากร้างจากการสร้าง blog ใหม่มานาน ก็เลยคิดว่าสร้างบล็อกความรู้อีกซักอันจะเป็นไรไป

มาทำความรู้จัก twitter กับ facebook กันคร่าวๆ ละกันนะครับ ผมว่าบางท่านก็คงยังไม่รู้ที่มาที่ไปของ social network ของทั้ง 2 อันนี้

ความหมายของ twitter กับสัญลักษณ์ของมัีนคือ นกตัวน้อย



คำว่า Twitter (ทวิตเตอร์) เป็นภาษาอังกฤษมาจากคำว่า Tweet ซึ่งคือเสียงนกร้อง หรืออาการที่นกกำลังส่งเสียงร้องนั่นเอง ดังนี้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่เราเห็นสัญลักษณ์เป็น นกตัวน้อย สีฟ้า กำลังอ้าปาากส่งเสียงร้อง
และด้วยความหมายตามศัพท์นี้ ส่งผลให้การพิมพ์ข้อความใน Twitter เปรียบได้กับการส่งข้อความใั้นๆ เพื่อบอกต่อกันปากต่อปากไปเรื่อยๆ เหมือนกันเสียงนกที่ร้องออกมา พร้อมๆ กับบินไปส่งเสียงให้นกตัวอื่นๆ ได้ยินอยู่เสมอๆ นั่นเอง

รู้จักกับ Facebook

เว็บไซต์ facebook สร้างขึ้นโดย Mark Suckerburg จาก ฮาวาร์ด อเมริกา ซึ่งขณะนั้นเขาอายุได้เพียง 20 ปี ก่อนที่จะมาทำ facebook เขาเคยทำเว็บ facemash ซึ่งสร้างไว้สำหรับให้คนเข้าไปโหวตรูปที่ชอบ ซึ่งการที่เขาทำเว็บนี้ ทำให้เขาถูกคณะกรรมการโราเรียน เรียกไปสอบสวนถึงวิธีการหารูปมาแสดงในเว็บว่าเป็นรูปผิดกฏหมายหรือไม่
หลังจากนั้นมาร์ค จึงได้หัมาทำเว็บ Facebook ซึ่ีงเดิมทีเป็นเพียงเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนเท่านั้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนในมหาวิทยาลัยของเขาอย่างมากมาย เขาเลยตัดสินใจซื้อเซิร์ฟเวอร์สำหรับทำเว็บ facebook โดยเฉพาะ
ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปยังมหาวิทยาลัยดังๆ อื่นๆ ทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมาร์คก็เลยตั้งบริษัทขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า thefacebook.com ต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็น facebook ในเวลาต่อมา

วันนี้ขอเกริ่นสั้นๆ เท่านี้นะครับ ไว้จะมา update บทความเพิ่มเติม